"นิกร" รมว.พม. กาง 2 แนวทางหลัก ยกระดับสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนขนาดเล็ก พร้อมพัฒนาระบบดูแลเด็ก 0-2 ปี
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
30/06/2569 /
1214 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า เด็กปฐมวัย คือเด็กในช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศ และเป็นช่วงวัยที่สำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งการได้รับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสมในช่วงปฐมวัยจึงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริม คุ้มครอง และพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมีหน้าที่ในการส่งเสริม คุ้มครอง และกำกับดูแลให้การดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนด เพื่อให้เด็กได้รับการดูแล พัฒนา และคุ้มครองสวัสวัสดิภาพอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยในส่วนของการกำกับดูแลสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นั้น กระทรวง พม. โดย กรม ดย. เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในขณะที่ส่วนภูมิภูมิภาคดำเนินการผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.)
นายนิกร กล่าวว่า สำหรับสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง พม. นั้น ยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กของครอบครัว โดยเฉพาะในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจที่ ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่อยู่ในภาคแรงงาน และสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนหลายแห่งกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ อันเป็นผลมาจากจำนวนเด็กที่ลดลง , ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น , ความจำเป็นในการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและคณภาพการดูแลเด็กให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และการสรรหาและรักษาบุคลากรผู้ดูแลเด็กที่มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะเฉพาะด้านการดูแลเด็ก ซึ่งปัจจุบันมีสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 1,108 แห่ง ดูแลเด็ก จำนวน 33,161 คน และ มีครู จำนวน 5,531 คน (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569)
นายนิกร กล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. มีข้อเสนอ 2 แนวทาง สำหรับการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ได้แก่ 1) แนวทางการดำเนินงานของสถานดูแลเด็กขนาดเล็ก หรือบ้านรับเลี้ยงเด็กที่มีจำนวนเด็กต่ำกว่า 6 คน เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัย 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย 1.1) การส่งเสริมการจดแจ้งบ้านรับเลี้ยงเด็กที่มีดูแลเด็กต่ำกว่า 6 คน เพื่อนำเข้าสู่ฐานข้อมูล นำไปสู่การสร้างเครือข่ายการพัฒนาและการสนับสนุนองค์ความรู้จากภาครัฐ 1.2) การมุ่งเน้นเสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นให้แก่ผู้ดูแลเด็ก ทั้งในเรื่องมาตรฐานการเลี้ยงดูที่ถูกหลักสุขอนามัย โภชนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการ และการจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการให้เหมาะสมตามวัย และ 1.3) การบูรณาการของหน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่สำหรับการลงพื้นที่สอดส่องดูแลให้คำแนะนำ และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นพี่เลี้ยงในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า และ 2) แนวทางการพัฒนาระบบการดูแลเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี นับเป็นช่วงวัยที่ต้องการการเลี้ยงดูที่ละเอียดอ่อน ถูกสุขลักษณะ และมีความปลอดภัยสูงสุด จึงได้กำหนดให้มีการจัด 3 กิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย 2.1) การส่งเสริมสถานรับเลี้ยงเด็กภาคเอกชนให้ขยายบริการรับเด็กอายุ 0 - 2 ปี และให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งกำหนดนิยามให้สถานรับเลี้ยงเด็ก หมายถึง สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป 2.2) การสนับสนุนงบประมาณให้ สนง.พมจ. ทั้ง 76 จังหวัดในส่วนภูมิภาค เพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจเยี่ยม นิเทศงาน และกำกับดูแลให้สถานรับเลี้ยงเด็กในท้องถิ่นปฏิบัติตามเกณฑ์ความปลอดภัยของกฎกระทรวง พ.ศ. 2549 และมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติอย่างเคร่งครัด และ 2.3) การพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานเพื่อรองรับการขยายตัวของการดูแลเด็กช่วงอายุ 0 - 2 ปี โดยฝึกอบรมให้แก่ผู้ดำเนินกิจการ ครู และพี่เลี้ยงเด็ก ให้มีทักษะความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลเด็กเล็ก โดยมุ่งเน้นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการทางสมอง การคัดกรองและเฝ้าระวังพัฒนาการล่าช้า และการดูแลโภชนาการที่ถูกสุขอนามัย
#พม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #เด็กและเยาวชน
#ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก #สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย #ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเอกชน