90 วันสำคัญ ของรัฐมนตรีของคนทุกวัย "นิกร โสมกลาง" จุดประกายการเปลี่ยนสังคมไทยให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดี สู่การสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน"
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
21/07/2569 /
1412 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
เพราะการส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พี่น้องประชาชน คือหัวใจของการขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และตนได้ประกาศการขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" สอดรับสังคมไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทาย ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เด็กเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง และปัญหาสังคมซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
จากจุดเริ่มต้นสู่ 90 วัน มีการขับเคลื่อนนโยบาย 8 ด้าน "สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" เป็นการลงมือทำ เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกช่วงวัย โดยกระทรวง พม. ได้ปรับบทบาทจาก "ผู้ให้ความช่วยเหลือ" ไปสู่ "ผู้สร้างโอกาส" โดยเริ่มจาก 1) นโยบายด้านการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี เป็นโจทย์แรกที่สำคัญที่ต้องลงมือทำ เพื่อมุ่งยกระดับการให้บริการของรัฐ ให้ใกล้ประชาชนมากที่สุด ซึ่งกระทรวง พม. ได้จัดทำ MSDHS Big Data ยกระดับบูรณาการข้อมูลเพื่อการพัฒนาสังคม , บูรณาการข้อมูลกลุ่มเปราะบางจากระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-Logbook ให้เข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 231,091 คน , บูรณาการฐานข้อมูลผู้สูงอายุ ตามสิทธิ สวัสดิการกับ 10 กระทรวง , พัฒนาระบบ พม.CARE เข้าถึงสิทธิและเงินสงเคราะห์ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็ว โดยมีประชาชนยื่นคำร้องแล้วกว่า 1,348 คน , นำ AI มาใช้ กับระบบแจ้งเหตุสายด่วน 1300 ของกระทรวง พม. โดยมีผู้ใช้บริการกว่า 30,855 คน และเชื่อมโยงบริการสำหรับคนพิการผ่าน แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" โดยมีคนพิการเข้าใช้งานกว่า 43,198 คน รวมถึงเปิดศูนย์บริการนวัตกรรมสำหรับคนพิการ
นายนิกร กล่าวว่า 2) นโยบายด้านเด็กและเยาวชน สร้างโอกาสตั้งแต่วัยแรกของชีวิต โดยเดินหน้ายกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบกว่า 435 แห่ง ภายใต้แนวคิด High scope , ขับเคลื่อนศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กต้นแบบ 340 แห่ง , สนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดกว่า 2,402,608 คน พร้อมผลักดันปรับเป็น 600 บาทถ้วนหน้า และยกระดับสภาเด็กและเยาวชนที่เพิ่มการมีส่วนร่วมกว่า 70,131 คน 3) นโยบายด้านครอบครัว การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากครอบครัวที่เข้มแข็ง โดยช่วยเหลือประชาชนและผู้ประสบปัญหาทางสังคมกว่า 64,133 คน , ขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ครอบคลุม 76 จังหวัด 206 พื้นที่ รวมถึงระบบเพื่อนครอบครัว (Family line) และสนับสนุนครอบครัวอุปถัมภ์ผู้สูงอายุ กว่า 1,107 ราย ครอบครัวอุปการะคนพิการ 1,342 ราย และครอบครัวอุปการะคนไร้ที่พึ่ง 4) นโยบายด้านชุมชนเข้มแข็ง มุ่งเสริมพลังชุมชนให้เข้มแข็ง โอบรับความหลากหลายในสังคม โดยเดินหน้าจัดตั้งศูนย์สร้างสุข ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเป็นกลไกค้นหาและนำพากลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสิทธิ 100% , สนับสนุนจัดสวัสดิการชุมชนที่ดูแลสมาชิกกว่า 2,515,609 คน , ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2,258 แห่ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุกว่า 169,150 คน , เสริมสร้างระบบนิเวศชุมชนท้องถิ่นให้คนทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า 148 ตำบล และผลักดันปรับเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาท ปรับหลักเกณฑ์ประเมินความพิการ โดยมีคนพิการเข้าประเมินแล้วกว่า 280 คน และเห็นชอบการจัดหากายอุปกรณ์ 17,000 คน
นายนิกร กล่าวว่า 5) นโยบายด้านที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ต้องเริ่มต้นจากความมั่นคงในการอยู่อาศัย โดยปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการกว่า 9,464 หลัง พร้อมผลักดันขยายวงเงินปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุจาก 40,000 บาท เป็น 60,000 บาท , สร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย อาทิ บ้านมั่นคง บ้านพอเพียง กว่า 24,482 ครัวเรือน , เดินหน้ามาตรการ "ลดค่าเช่า" รวมถึงลดราคาและพิเศษดอกเบี้ยของการเคหะแห่งชาติ และผลักดันโครงการ "บ้านเคหะเพื่อคนไทย" และ "โครงการ Senior Complex" ที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี รวมถึงฟื้นฟูชุมชนเมือง 6) นโยบายด้านการสร้างอาชีพ สู่การยืนหยัดอย่างมั่นคงในสังคม โดยขับเคลื่อนนโยบายแก้จนรายพื้นที่ พร้อมลงนาม MOU กับเอกชน จ้างงานคนพิการและผู้สูงอายุ , ส่งเสริมการสร้างอาชีพกลุ่มเปราะบางกว่า 16,213 คน , สนับสนุนการจ้างงานคนพิการกว่า 72,358 คน และพัฒนาผู้บริบาลและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ และผู้ช่วยคนพิการ กว่า 3,107 คน 7) นโยบายด้านการแก้ไขปัญหาหนี้สิน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ให้ประชาชนมีโอกาส เริ่มต้นได้อีกครั้ง โดยอนุมัติเงินกู้สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ กว่า 9,505 ราย วงเงิน 455 ล้านบาท , ขยายวงเงินกู้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท และสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ กว่า 2,734 โครงการ , สร้างวินัยทางการเงินแก่กลุ่มสตรีและสมาชิกครอบครัวกว่า 693 คน และเดินหน้าขยายสาขาสถานธนานุเคราะห์ และ 8 ) นโยบายด้านราชการที่เป็นมิตร อีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญในการสร้างระบบที่ดี มีกฎหมายที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเดือนหน้าจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. Universal Design และทบทวนปรับปรุงกฎหมายในภารกิจให้เป็นปัจจุบันอีก 8 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... , ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... และ ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน (ฉบับที่...) พ.ศ. ...
"เพราะการส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พี่น้องประชาชน คือหัวใจของการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ 15 จังหวัด 410 กว่าพื้นที่ เพื่อส่งมอบสิทธิสวัสดิการ ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชน และทั้งหมดคือ 90 วันสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการสนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการมีชีวิตที่มีคุณภาพ และนำไปสู่การสร้าง "สังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" นายนิกร กล่าวตอนท้าย
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง
#สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE