พม. ผนึกพลังเครือข่าย จัดเวทีสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 18 หนุนใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์ สร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัย เพื่อเด็กและเยาวชนไทยยั่งยืน
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
02/09/2569 /
1266 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
วันที่ 2 กันยายน 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการงานสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "เทคโนโลยีสร้างสรรค์ สานพลังภาคี สร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัย เด็กและเยาวชนไทยยั่งยืน" โดยมี นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) คณะอนุกรรมการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ผู้แทนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ผู้แทนเครือข่ายผู้ทำงานด้านเด็กและเยาวชน และตัวแทนเด็กและเยาวชน เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า การประชุมงานสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ จัดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน ตัวแทนเด็กและเยาวชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ ทบทวนกลไกและกระบวนการทำงาน พัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และทัศนคติในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่ขับเคลื่อนภายใต้ กดยช. และเป็นกลไกในระดับชาติ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กและเยาวชนทุกภาคส่วน รวมทั้งผู้แทนเด็กและเยาวชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะของประเทศ ทั้งนี้ จากการสังเคราะห์ผลการประชุมฯ ในระดับภูมิภาคทั้ง 4 ภาค ที่ผ่านมา ได้สะท้อนข้อเสนอและความต้องการของคนรุ่นใหม่อย่างเป็นเอกภาพ โดยเฉพาะประเด็นด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย เนื่องด้วยปัจจุบัน โลกออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเด็กไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เด็กได้สร้างอัตลักษณ์ เรียนรู้ และรับอิทธิพลจากค่านิยมรอบตัวไปพร้อมกัน ผนวกกับการเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีคือโอกาสมหาศาลในการเรียนรู้และการสร้างอาชีพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เด็กและเยาวชนไทย กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูงทางไซเบอร์เป็นอันดับต้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยจากการถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) , การล่อลวงแสวงประโยชน์ทางเพศ , การตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและการหลอกลวงโอนเงิน รวมไปถึงการหลอกนำข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ได้ทวีความซับซ้อนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะทางจิต ความปลอดภัย และอนาคตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างน่ากังวล
นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. พร้อมด้วย กดยช. และกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ได้ตระหนักถึงความท้าทายต่างๆ จึงได้กำหนดแนวคิดของการประชุมในปี 2569 คือ "เทคโนโลยีสร้างสรรค์ สานพลังภาคี สร้างระบบนิเวศที่ปลอดภัย เด็กและเยาวชนไทยยั่งยืน" เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1) การใช้เทคโนโลยีอย่างไร ให้เด็กและเยาวชนไทย ก้าวไปได้ไกลในอนาคต โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ พัฒนาทักษะอาชีพยุคใหม่ และต่อยอดการสร้างรายได้ที่มั่นคง และ 2) การสานพลังภาคีเครือข่ายสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามภัยออนไลน์ ตลอดจนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างครบวงจร เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยในโลกดิจิทัล
"ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมครั้งนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนอันสำคัญยิ่งในการตกผลึกความคิด สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย และนำไปสู่การจัดทำมติสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ที่มีความแหลมคม สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลได้อย่างเท่าทัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ รู้เท่าทัน และขับเคลื่อนสังคมอนาคตได้อย่างชาญฉลาด" นายกันตพงศ์ กล่าวย้ำ
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง
#สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #เด็ก #เยาวชน