"นิกร โสมกลาง" รมว.พม. ร่วมเสวนา "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" ย้ำ พม. เดินหน้าจัดสวัสดิการทุกช่วงวัย พร้อมผนึกกำลังเครือข่าย พัฒนาเด็กคุณภาพ สร้างครอบครัวเข้มแข็ง
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
15/09/2569 /
1077 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
วันที่ 15 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมกิจกรรมเสวนาระดับชาติ หัวข้อ "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" ภายใต้โครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม , นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ณ ห้องจัดเลี้ยง B2-1 ชั้น B2 อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร
นายนิกร กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์อัตราการเกิดของเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ส่งผลให้ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ดำเนินงานเชิงนโยบายที่สำคัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยและเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสอดคล้องกับนโยบาย พม. ด้านที่ 2 ด้านเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็น 1) การผลักดันเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและส่งเสริมให้ผู้ปกครองนำเด็กเข้าสู่บริการขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดให้อย่างทั่วถึง 2) การส่งเสริมให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกแห่งดำเนินการตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ โดยใช้มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติเป็นมาตรฐานกลางของประเทศ 3) การส่งเสริมให้ศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านมีมาตรฐาน และการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบ High Scope เป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่น ที่มุ่งเน้นการลงมือทำอย่างอิสระของเด็ก 4) การส่งเสริมให้มีสถานเลี้ยงดูเด็กเล็ก หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในสถานประกอบกิจการ โดยจัดทำ MOU ร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และ 5) การจัดตั้ง "สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์" (สพด.พม.) ต้นแบบ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับบุคลากร
นอกจากนี้ กระทรวง พม. โดยกรม ดย. ได้จัดสวัสดิการสังคมในรูปแบบของเงินสงเคราะห์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและครอบครัว ซึ่งช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือครอบครัวของเด็ก อีกทั้งเป็นปัจจัยส่งเสริมในการกระตุ้นให้ประชาชนต้องการมีบุตรและมีความเชื่อมั่นในการเลี้ยงดูเด็กมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 1) สวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2) สวัสดิการเงินสงเคราะห์สำหรับเด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวยากจน 3) สวัสดิการเงินอุดหนุนช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กในครอบครัวอุปถัมภ์แก่บุคคลที่เป็นเครือญาติหรือมิใช่เครือญาติที่ให้การดูแลเด็กกำพร้าหรือถูกทอดทิ้ง และ 4) กองทุนคุ้มครองเด็กสำหรับให้การช่วยเหลือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่อยู่ในครอบครัวหรือครอบครัวอุปถัมภ์ที่ได้รับความเดือดร้อน และไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือได้รับแล้วไม่เพียงพอ
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดูแลเด็กตั้งแต่ช่วงปฐมวัย นับเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ นั้น กระทรวง พม. โดย กรม ดย. ได้ดำเนินการสำคัญต่างๆ เพื่อช่วยลดภาระของครอบครัวและสนับสนุนให้พ่อแม่สามารถเลี้ยงดูบุตรควบคู่กับการประกอบอาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็น 1) การจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2) การพัฒนาระบบสวัสดิการเด็กและครอบครัว อาทิ เงินอุดหนุน เงินสงเคราะห์ และการช่วยเหลือรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลด้านสวัสดิการเด็กและครอบครัว 3) การส่งเสริมให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยดำเนินงานตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ และส่งเสริมบทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว และชุมชนในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก 4) การส่งเสริมให้มีสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในสถานประกอบกิจการ และการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบของกระทรวง พม. และ 5) การบูรณาการข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านเด็ก ครอบครัว และสุขภาพ และสวัสดิการ รวมถึงการดำเนินงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
"การสร้างระบบที่เอื้อต่อการมีครอบครัวที่ยั่งยืน มิได้มุ่งเฉพาะการเพิ่มจำนวนการเกิดเท่านั้น แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนที่ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงและมีความพร้อมในการสร้างครอบครัวและเลี้ยงดูบุตร โดยเฉพาะการมีบริการและสวัสดิการสำหรับเด็กเล็กที่มีคุณภาพ เข้าถึงได้ และช่วยลดภาระของครอบครัว ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในช่วงวัยทำงานและการเตรียมความพร้อมสำหรับประชากรสูงอายุ ทั้งนี้ จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศไทยในระยะยาว" นายนิกร กล่าวย้ำ
#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง
#สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE
#วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ #สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน