นางจตุพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์การอพยพโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างทั้งสองประเทศที่ใกล้ชิดกันอย่างไทยกับกัมพูชาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจและการศึกษา หรือหลบหนีจากภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งนี้ กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก มีโอกาสตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง ถูกละเมิด ถูกกระทำความรุนแรง และถูกแสวงประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งระหว่างการเดินทางและจุดหมายปลายทาง ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ผู้นำอาเซียนได้รับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิของเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน (ASEAN Declaration on the Rights of Children in the Context of Migration) ซึ่งสนับสนุนให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเสริมสร้างความร่วมมือมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายความช่วยเหลือและการคุ้มครองเด็กในบริบทการโยกย้ายถิ่นฐาน และแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาคว่าด้วยการอนุวัติการปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิของเด็กในบริบทของการโยกย้ายถิ่นฐาน (Regional Plan of Action on Implementing the ASEAN Declaration on the Rights of Children in the Context of Migration) ที่ระบุถึงการส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกอาเซียน จัดตั้งเครือข่ายการคุ้มครองเด็กระดับภูมิภาคและระดับทวิภาคี รวมถึงการติดตามและการช่วยให้เด็กได้อยู่ร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง สำหรับเด็กที่เดินทางโดยลำพัง หรือเด็กที่พลัดพรากจากผู้ปกครองอย่างเหมาะสม